เสียงประทัดดังกึกก้อง...สัญญาณแห่งการเริ่มต้น💥
ททท.สำนักงานพังงา ขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ 🏮“งานประเพณีถือศีลกินผัก จังหวัดพังงา 2568”
🏮 วันที่ 21–29 ตุลาคม 2568 พบกัน ณ ศาลเจ้าทั่วจังหวัดพังงา
|
|
|
#a6500
สำหรับ Sony A6500 เมนู Center Lock-on AF จะอยู่ในหมวดการตั้งค่าการถ่ายภาพ (รูปกล้อง) ครับ โดยคุณสามารถหาได้ตามขั้นตอนนี้เลย:
📂 วิธีเข้าถึงเมนู
* กดปุ่ม Menu
* ไปที่แท็บ Camera Settings 1 (ไอคอนรูปกล้อง หน้าแรก)
* เลื่อนไปที่ หน้า 5 (Focus2)
* มองหาบรรทัดที่เขียนว่า Center Lock-on AF
* เลือกเป็น Off
ทำไมถึงแนะนำให้ "ปิด (Off)" ในงานวิดีโอ?
ระบบ Center Lock-on AF ของรุ่น A6500 เป็นเทคโนโลยีรุ่นเก่า (ยุคแรกๆ) ซึ่งมักจะมีปัญหาดังนี้ครับ:
* การโฟกัสวืดวาด: บางครั้งกล้องจะพยายามล็อกวัตถุกลางจอ แต่ถ้าวัตถุขยับเร็วเกินไปหรือแสงน้อย โฟกัสจะหลุดไปที่พื้นหลังได้ง่าย
* คุมยาก: มันจะพยายาม "เดา" ว่าเราจะถ่ายอะไร ซึ่งบางทีเราอยากเปลี่ยนจุดโฟกัสไปที่อื่นแต่กล้องยังล็อกที่เดิมอยู่
* กินทรัพยากร: การให้กล้องประมวลผลการล็อกวัตถุตลอดเวลาอาจทำให้กล้องร้อนเร็วขึ้น (ซึ่งเป็นจุดอ่อนของ A6500)
✅ แนะนำให้ใช้ตัวนี้แทน (ดีกว่าเยอะ!)
ถ้าคุณต้องการให้กล้องตามโฟกัสวัตถุหรือคนให้แม่นยำ ผมแนะนำให้ใช้การตั้งค่านี้ร่วมกันครับ:
* Focus Mode: ตั้งเป็น AF-C (Continuous AF)
* Focus Area: เลือกเป็น Wide (เพื่อให้กล้องหาวัตถุทั่วจอ) หรือ Flexible Spot (ถ้าคุณต้องการจิ้มเลือกจุดโฟกัสเองบนจอ Touchscreen)
* Face Registration (ในหน้า Menu 6): เปิดเป็น On เพื่อให้กล้องจับใบหน้าคนโดยอัตโนมัติ ซึ่งระบบนี้ใน A6500 ทำงานได้เสถียรกว่า Lock-on AF มากครับ
สิงคโปร์ – 19 มีนาคม 2569 – Prime Video ปล่อยทีเซอร์สุดระทึกอย่างเป็นทางการของภาพยนตร์ที่หลายคนรอคอยอย่าง Tom Clancy’s Jack Ryan: Ghost War หลังประสบความสำเร็จในเวอร์ชั่นซีรีส์มาแล้วถึง 4 ซีซั่นบน Prime Video ครั้งนี้ในฉบับภาพยนตร์จะพาวีรบุรุษอย่าง Jack Ryan กลับเข้าสู่โลกแห่งการจารกรรมอีกครั้ง กับภารกิจที่เกี่ยวพันกับชีวิตและอันตรายมากที่สุดของเขา เกิดเป็นการผสมผสานการเล่าเรื่องที่เฉียบคมเข้ากับฉากแอ็กชั่นเดิมพันสูง โดยภาพยนตร์ระทึกขวัญอัจฉริยะเรื่องนี้จะพร้อมสตรีมให้ชมทั่วโลกบน Prime Video ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ในภาพยนตร์เรื่องใหม่นี้ Jack Ryan ถูกดึงตัวกลับเข้าสู่โลกจารกรรมอย่างไม่เต็มใจ เมื่อภารกิจลับระดับนานาชาติเกิดความผิดพลาดจนเผยให้เห็นแผนสมคบคิดมรณะ เขาถูกบีบให้ต้องเผชิญหน้ากับหน่วยปฏิบัติการลับสุดยอดระหว่างที่เวลาเหลือน้อยลงทุกที ท่ามกลางปฏิบัติการที่มีชีวิตเป็นเดิมพันและภัยคุกคามที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกย่างก้าว Jack ได้กลับมารวมตัวกับ Mike November (รับบทโดย Michael Kelly) เจ้าหน้าที่ CIA ผู้ผ่านศึกมาอย่างโชกโชน และอดีตหัวหน้า CIA อย่าง James Greer (รับบทโดย Wendell Pierce) ซึ่งมีเพียงประสบการณ์อันยาวนานของพวกเขาเท่านั้นที่จะเป็นอาวุธสำคัญในการต่อกรกับศัตรูที่รู้ทันพวกเขาทุกฝีก้าว นอกจากนี้ Jack ยังได้รับความช่วยเหลือจากคนที่ดูไม่น่าเป็นไปได้อย่าง Emma Marlowe (รับบทโดย Sienna Miller) เจ้าหน้าที่ MI6 ผู้ชาญฉลาด ทั้งนี้ Jack และทีมต้องร่วมกันฝ่าฟันเครือข่ายที่ทรยศและเผชิญหน้ากับอดีตที่เคยคิดว่าจบสิ้นไปแล้ว กลายเป็นภารกิจที่มีเดิมพันสูงที่สุดและอันตรายที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเผชิญมา ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย John Krasinski ในบท Jack Ryan ร่วมด้วย Wendell Pierce และ Michael Kelly ที่จะกลับมาพร้อมกับตัวละครที่ผู้ชมหลงรักจากฉบับซีรีส์ เสริมทัพด้วย Sienna Miller ในบท Emma Marlowe เจ้าหน้าที่ MI6 ผู้ปราดเปรื่องและมีไหวพริบทัดเทียมกับ Jack จนกลายเป็นคู่หูที่ยากจะหยุดยั้ง ข้อมูลภาพยนตร์ Tom Clancy’s Jack Ryan: Ghost War · ผู้กำกับภาพยนตร์: Andrew Bernstein · ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Aaron Rabin และ John Krasinski · ผู้สร้างสรรค์เนื้อเรื่อง: Noah Oppenheim และ John Krasinski · สร้างจากตัวละครที่สร้างสรรค์โดย: Tom Clancy · ผู้อำนวยการสร้าง: Allyson Seeger, John Krasinski และ Andrew Form · ผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร: John J. Kelly, Alexa Ginsburg, Carlton Cuse และ Tom Clancy · นักแสดงนำ: John Krasinski, Wendell Pierce, Michael Kelly, Max Beesley, JJ Feild, Douglas Hodge with Betty Gabriel และ Sienna Miller · ประเภท: แอ็กชั่นดราม่า · ความยาว: 105 นาที
ภายใต้โครงการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติยามค่ำคืน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙.พร้อมเปิดประสบการณ์ไปกับการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ในยามค่ำคืน ในวันที่ ๒๒ - ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๕.๐๐ - ๒๐.๐๐ น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย
Ganesha Puja
สักการะพระพิฆเนศ องค์เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย อายุกว่า ๑,๔๐๐ ปี ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ เนื่องในวันคเณศชยันตี เทศกาลเฉลิมฉลองวันประสูติของพระพิฆเนศ ในปีนี้ ตรงกับวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๙
...........................................................
Museum Tour (จำกัดจำนวนรอบละ ๒๕ คน)
วันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๙ จำนวน ๒ รอบ รอบที่ ๑ เวลา ๑๘.๐๐ และรอบที่ ๒ เวลา ๑๙.๐๐ น.
วันที่ ๒๓ - ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙ วันละ ๔ รอบ
รอบที่ ๑ เวลา ๑๖.๐๐ รอบที่ ๒ เวลา ๑๗.๐๐ รอบที่ ๓ เวลา ๑๘.๐๐ และรอบที่ ๔ เวลา ๑๙.๐๐ น.
.......................................................
Museum Stamp Station
กิจกรรมสะสมตราประทับเป็นที่ระลึก ชุด “โบราณวัตถุห้ามพลาด”
แจกฟรีสมุดสะสมตราประทับสำหรับผู้ลงทะเบียนร่วมกิจกรรม จำกัดจำนวน วันละ ๑๐๐ ชุด
.......................................................
Ethnology Mobile Museum
รถพิพิธภัณฑ์เคลื่อนที่จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก
สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร
พร้อมกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้เรื่องราวทางชาติพันธ์วิทยา
ในวันที่ ๒๒ - ๒๔ มกราคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๕.๐๐ - ๒๐.๐๐ น.
……………………………………………….
คลินิกหมออนุรักษ์ Artifact Conservation Clinic
กิจกรรม Workshop และให้คำปรึกษาการอนุรักษ์วัตถุสะสม
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถนำวัตถุมาร่วม workshop และอนุรักษ์เบื้องต้นได้
วันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๕.๐๐ – ๒๐.๐๐ น. งานโลหะ เช่น พระพุทธรูป เหรียญ เหรียญที่ระลึก
วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๕.๐๐ – ๒๐.๐๐ น. งานกระดาษ เช่น หนังสือ สูติบัตร โฉนดที่ดิน
.....................................................
พิศภาพ เพลินเพลง "Passion of Prachinburi"
นิทรรศการภาพถ่าย บันทึกภาพความทรงจำจากวันวาน
บอกเล่าความงามและความประทับใจที่มีต่อปราจีนบุรี
โดย กลุ่มคนรักการถ่ายภาพจังหวัดปราจีนบุรี นำโดย นายแพทย์จอมพล มุสิกวงศ์
..........................................................
Art & Craft Workshop
กิจกรรม Workshop และการสาธิตสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ
โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ร่วมกับนักโบราณคดี และศิลปินอาร์ตทอย
การลงทะเบียนกิจกรรม Workshop รายวัน ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี
วันที่ ๒๒ - ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙
กติกา ๑ คน เลือกทำกิจกรรมได้ ๑ อย่าง
๑. ลงทะเบียนที่จุดรับลงทะเบียน
๒. รับคูปองกิจกรรม Workshop
๓. ทำกิจกรรม Workshop ตามรอบเวลาที่ระบุในคูปอง
วันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๙ เริ่มเวลา ๑๖.๓๐ น.
กิจกรรม “เล่าเรื่องเมืองศรีมโหสถแบบหวาน ๆ” ปั้นขนมอาลัวสด จากลวดลายโบราณสถาน
วิทยากรโดย นางเป็นภัสญ์ ศรีสุวิทธานนท์ นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ ๕ ปราจีนบุรี
จำนวน ๑๐ รอบ ๆ ละ ๕ คน
รอบที่ ๑ เวลา ๑๖.๓๐ น. รอบที่ ๒ เวลา ๑๖.๔๕ น. รอบที่ ๓ เวลา ๑๗.๐๐ น. รอบที่ ๔ เวลา ๑๗.๑๕ น.
รอบที่ ๕ เวลา ๑๗.๓๐ น. รอบที่ ๖ เวลา ๑๗.๔๕ น. รอบที่ ๗ เวลา ๑๘.๐๐ น. รอบที่ ๘ เวลา ๑๘.๑๕ น.
รอบที่ ๙ เวลา ๑๘.๓๐ น. รอบที่ ๑๐ เวลา ๑๘. ๔๕ น.
วันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๙
กิจกรรม หล่อเรซิ่นโมเดลโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยม
โดย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี x Munkky Studio
รอบที่ ๑ เวลา ๑๕.๐๐ รอบที่ ๒ เวลา ๑๖.๐๐ น. รอบที่ ๓ เวลา ๑๗.๐๐ น. รอบที่ ๔ เวลา ๑๘.๐๐ น.
วันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๙
กิจกรรม ระบายสีแมกเนตโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยม
โดย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี x Munkky Studio
รอบที่ ๑ เวลา ๑๕.๐๐ รอบที่ ๒ เวลา ๑๖.๐๐ น. รอบที่ ๓ เวลา ๑๗.๐๐ น. รอบที่ ๔ เวลา ๑๘.๐๐ น.
วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๙
กิจกรรม หล่อเรซิ่นโมเดลโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยม
โดย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี x Munkky Studio
รอบที่ ๑ เวลา ๑๕.๐๐ รอบที่ ๒ เวลา ๑๖.๐๐ น. รอบที่ ๓ เวลา ๑๗.๐๐ น. รอบที่ ๔ เวลา ๑๘.๐๐ น.
วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙
กิจกรรม ระบายสีแมกเนตโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยม
โดย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี x Munkky Studio
รอบที่ ๑ เวลา ๑๕.๐๐ รอบที่ ๒ เวลา ๑๖.๐๐ น. รอบที่ ๓ เวลา ๑๗.๐๐ น. รอบที่ ๔ เวลา ๑๘.๐๐ น.
………………………………………………..
กิจกรรม Workshop ของที่ระลึก
โดย โรงเรียนดนตรี กีฬา สเก็ตโซโฟน Sk8xophone Music Academy
วันที่ ๒๒ - ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙
...........................................................
Museum Talk
วันที่ ๒๓ - ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๐๐ - ๑๘.๐๐ น.
วันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๙
พิพิธ - พิพิธภัณฑ์
พูดคุยกับภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก
ถึงบทบาทของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ที่มีหน้าที่ต่อสังคมหลากมิติ
วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๙
Beyond the Shot: แรงบันดาลใจจากเลนส์สู่ภาพ พลังสะท้อนสังคม
พูดคุยกับนายแพทย์จอมพล มุสิกวงศ์ และผู้แทนชมรมคนรักการถ่ายภาพ
ค้นหาแรงบันดาลใจ และสารจากช่างภาพที่สะท้อนออกมาในผลงานภาพถ่าย
วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙
วัตถุสะสมที่มีคุณค่า อนุรักษ์เองได้แค่รู้หลักการ
พูดคุยกับนักอนุรักษ์โบราณวัตถุ เรียนรู้วิธีการอนุรักษ์วัตถุ ของสะสมที่มีคุณค่าได้ด้วยตัวเอง เพื่อนำไปต่อ
อายุของที่มีคุณค่านั้นให้อยู่ไปอีกยาวนาน
…………………………………………………………….
Art & Craft Market สวนศิลป์บันดาลใจ
Workshop งานศิลปะ เครื่องประดับ ของที่ระลึก
จำหน่ายสินค้างานสร้างสรรค์ งาน Craft ศิลปะ และ Art Toys
รวมถึงอาหารและเครื่องดื่ม
...........................................................
เพลินเพลงในสวน
การแสดงนาฏศิลป์ และดนตรี จากนักเรียน และกลุ่มเครือข่ายในจังหวัดปราจีนบุรี
...........................................................
**เข้าชมนิทรรศการภายในอาคาร มีค่าใช้จ่าย
ค่าเข้าชม
ชาวไทย ๓๐ บาท
ชาวต่างชาติ ๒๐๐ บาท
พระภิกษุ สามเณร นักเรียน นักศึกษา ผู้สูงอายุเกิน ๖๐ ปี เข้าชมฟรี
ที่ตั้งพิพิธภัณฑ์ : https://maps.app.goo.gl/ZReq8B727nwkvzp17?g_st=ic
สอบถามเพิ่มเติม โทร ๐๓๗ ๒๑๑ ๕๘๖
ภายใต้โครงการกระตุ้นการกระจายตัวเดินทางท่องเที่ยวเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ (Night Market) ในวันที่ 17, 24, 31 มกราคม 2569 วันที่ 14, 21, 28 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 16.00 – 22.00 น. ณ ถนนคนเดินสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ และในวันที่ 18, 25 มกราคม 2569 วันที่ 1, 15, 22 กุมภาพันธ์ 2569 และวันที่ 1 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 16.00 – 22.00 น. ณ ถนนคนเดินเชียงใหม่ (ท่าแพ) จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกิดการกระจายตัวและความถี่ในการเดินทางท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองน่าเที่ยวและพื้นที่รองในเมืองหลักเป็นการส่งเสริมให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนโดยรอบ โดยการเติมในส่วนของการจัดแสดงศิลปะแสงไฟดิจิทัล ทำให้ถนนคนเดินมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการบริหารจัดการพื้นที่โดยความคิดสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน และเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์กิจกรรมถนนคนเดินในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป
พื้นที่ถนนคนเดินสันกำแพง พบกับจุดแลนด์มาร์ค 10 จุดการแสดงแสง และการออกร้านจำหน่ายสินค้างานฝีมือ งานหัตถกรรมจากชุมชนในอำเภอสันกำแพง 30 ร้านค้า โดยมีรายละเอียดดังนี้
จุดแลนด์มาร์ค : พหุศิลป์ถิ่นสันกำแพง (The Grand Arts of San Kamphaeng) การหลอม
รวมจิตวิญญาณและมรดกอันยิ่งใหญ่ของสันกำแพงไว้ในที่เดียว ทั้ง "ช้าง" แห่งช่างสลัก, "ลายผ้าทอ" อันวิจิตร
และ "สีสันแห่งร่มบ่อสร้าง" นี่คือการต้อนรับทุกท่านสู่ดินแดนแห่งพหุศิลป์ที่พร้อมจะเปล่งประกายในมุมมองใหม่
จุดแสดงที่ 1. ข่วงสันกำแพง : ถักทอเรื่องราวสันกำแพง (The Woven Legacy) Chiangmai
OTOP เป็นผืนผ้าใบแห่งภาพและเวลา ที่ "ถักทอ" เรื่องราวการเดินทางของชุมชนสันกำแพง จากหมู่บ้านเกษตรกรรมอันเรียบง่ายสู่การเป็นศูนย์กลางหัตถกรรมล้ำค่าที่สืบทอดภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษ
จุดแสดงที่ 2. ข่วงสันกำแพง : จิตวิญญาณแห่งเครื่องปั้นดินเผา (The Spirit of Clay)
จิตวิญญาณของผืนดินสันกำแพงที่ถูกปลุกให้ส่องสว่าง ลวดลายทั้งหมดออกแบบโดยช่างฝีมือผู้เป็นทายาทแห่งภูมิปัญญาเครื่องปั้นดินเผา เพื่อบอกเล่าความภาคภูมิใจของพวกเราผ่านแสงสีอันงดงาม พร้อมการฉายไฟลวดลายสวยงามบนชิ้นงาน
จุดแสดงที่ 3. ไปรษณีย์ข่วงสันกำแพง : โคมอธิษฐาน (The Wishing Lanna) โคมไฟล้านนาขนาดใหญ่ที่เป็น ตัวแทนของ "คำอธิษฐาน" และความหวังของผู้คนในชุมชน เป็นชื่อที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยพลังบวกได้รับแรงบัลดาลใจจากโคมไฟล้านนา
จุดแสดงที่ 4. ไปรษณีย์ข่วงสันกำแพง : วาดสรรค์ผืนร่ม (Color Your Canopy) จากประเพณี
"การปล่อยโคมลอย" อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมล้านนา นำความเชื่อในการส่งคำอธิษฐานสู่ท้องฟ้า
มา "Remix" ใหม่ในรูปแบบ Interactive ร่วมสมัย โดยสแกน QR Code แล้วส่งคำอวยพรจากใจคุณ คำอธิษฐานของคุณจะเปล่งประกายร่วมกับคำอวยพรนับร้อยพัน กลายเป็นงานศิลปะแห่งแสงที่สะท้อนถึงพลังบวกและความผูกพันของชุมชน
จุดแสดงที่ 5. ตลาดข่วงสันกำแพง : ชีพจรแห่งแสงสันกำแพง (The Light beat) สัมผัสจังหวะใหม่ของตลาดข่วงสันกำแพง แสงไฟ LED ที่เคลื่อนไหวเหนือศีรษะคือ "ชีพจร" ของการเปลี่ยนแปลง
คือพลังงานของคนรุ่นใหม่ที่ผสานเข้ากับวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน กลายเป็นคลื่นแสงที่ปลุกให้พื้นที่แห่งนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
จุดแสดงที่ 6. ธนาคารกรุงเทพ : น้องจ๊างสุดชิค (The Cool Elephant) น้องจ๊างเป็นตัวแทนของความสร้างสรรค์ยุคใหม่ การปีนตึกคือสัญลักษณ์ของการที่วัฒนธรรมและงานฝีมือท้องถิ่นกำลังก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ และยังคงชูเอกลักษณ์ของผ้าทอสันกำแพงจากลายเสื้อที่ใส่
จุดแสดงที่ 7. อาคารชินวัตร : ชะลอมแห่งความรุ่งเรือง (The Basket of Prosperity) อาคารเป็นเหมือน "ชะลอม" ซึ่งเป็นภาชนะจักสานของไทยที่ใช้ใส่ของขวัญหรือของมงคล บรรจุเรื่องราว "ความรุ่งเรือง" ทางเศรษฐกิจของสันกำแพงในอดีตเอาไว้ในธนาคารแห่งนี้
จุดแสดงที่ 8. ถนนคนเดินสันกำแพง : ผกาบ่อสร้าง (Bo Sang in Bloom) "ลายดอกไม้" ที่เป็นหัวใจของร่มบ่อสร้าง ปลดปล่อยออกจากผืนกระดาษสา แล้วนำมาทำให้เบ่งบานส่องสว่างอยู่กลางท้องฟ้า
ซุ้มไฟนี้คือการเฉลิมฉลองให้กับมรดกที่โด่งดังที่สุดของสันกำแพงในมุมมองใหม่ที่ไม่มีใครเคยเห็น
จุดแสดงที่ 9. หลังตึกห้างทองไพศาล : สานศิลป์ทอแสง (The Weaver's Beacon) จุดแสดงชิ้นนี้เปรียบเสมือน "ประภาคาร (Beacon)" ที่สร้างขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติช่างทอแห่งสันกำแพง เป็นการ "สาน"
และ "ทอ" เรื่องราวของสันกำแพงขึ้นมาใหม่ด้วยวัสดุร่วมสมัย จากเส้นด้ายหรือเส้นไหมพรมที่ถูกถักทอด้วยมือบนโครงสร้างสูงตระหง่าน เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของมรดกที่ถูกส่งต่อและผสานเข้ากับยุคสมัยใหม่ได้อย่างกลมกลืน
จุดแสดงที่ 10. ถนนคนเดินสันกำแพง : ผนังลายศิลป์ (The Artful Wall) การเปลี่ยนผนังที่เรียบง่ายของอาคารศิริชัย ให้กลายเป็นผืนผ้าใบที่มีชีวิต ที่ซึ่ง “ศิลปะ” แห่งล้านนาได้ถูกนำมา “ประดับประดา”
ให้งดงามยิ่งขึ้นด้วยภาษาของแสง
พื้นที่ถนนคนเดินเชียงใหม่ (ท่าแพ) พบกับจุดแลนด์มาร์ค และ 10 จุดการแสดงแสง โดยมีรายละเอียดดังนี้
จุดแลนด์มาร์ค : เจดีย์แห่งการเริ่มต้น (The Sand Stupa) แรงบันดาลใจจาก “ประเพณีป๋าเวณี
ปี๋ใหม่เมือง” ที่ผู้คนร่วมกันก่อเจดีย์ทรายถวายเป็นพุทธบูชา แลนด์มาร์กแห่งนี้จึงเปรียบเสมือน “สัญลักษณ์แห่งการกลับคืนและเริ่มต้นใหม่” ของถนนคนเดินท่าแพ พื้นที่ที่หลอมรวมศรัทธา ความร่วมมือ และความคิดสร้างสรรค์ของผู้คนรุ่นใหม่ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ด้วยแสง สี และสื่อร่วมสมัยที่สะท้อนวิถีล้านนาในรูปแบบใหม่
จุดแสดงที่ 1. วัดพันอ้น : เจดีย์อัฐอร่าม (The Radiant Octagon) การแสดงถึงเอกลักษณ์
ขององค์เจดีย์ที่มีลักษณะรูปฐานทรงแปดเหลี่ยมสีทอง ที่ส่องแสงสว่างเรืองรองราวกับถูกต้องมนต์และตราตรึงอยู่ในความทรงจำ
จุดแสดงที่ 2. หอพื้นถิ่นล้านนา : ผู้พิทักษ์ล้านนา (Lanna Guardian) สิงห์คู่ สัญลักษณ์แห่งพลังปัญญาและการคุ้มครอง ประตูเมืองและวัดวาอาราม คอยเฝ้ารักษาจิตวิญญาณล้านนา และต้อนรับผู้มาเยือนถนนท่าแพ
จุดแสดงที่ 3. พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ : จากถนนแห่งศรัทธา สู่มรดกแห่งแผ่นดิน (From the Sacred
Road to the Heritage of the Nation) เชียงใหม่ถูกถ่ายทอดในฐานะเมืองการค้าสำคัญของล้านนาที่เงินตราไม่เพียงเป็นสื่อกลาง แต่ยังเป็นหลักฐานแห่งวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ การเปลี่ยนผ่านยุคสมัยสะท้อนผ่านแสง สี ของพิพิธภัณฑ์ธนารักษ์แห่งนี้
จุดแสดงที่ 4. ศูนย์สถาปัตยกรรม คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ : คุ้มแสงแห่งความทรงจำ (The Flame of
Memory) นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ พูดถึงความทรง จำผ่าน "สัตว์ทั้งสี่" ที่ทำหน้าที่เป็นดัง
"ผู้พิทักษ์" หรือตัวแทนอารมณ์ และความทรงจำที่แตกต่างกัน ซึ่งถูกกักเก็บไว้ในสวนแห่งความทรงจำแห่งนี้
🦢 หงส์ – แสดงความรักทีสง่างามในอดีต
🐇 กระต่าย – แสดงถึงความบริสุทธิ์ที่น่าทะนุถนอม
🦌 กวาง – แสดงความโหยหาอิสรภาพ
🦉 นกฮูก – เป็นตัวแทนของคุ้มที่กำลังบอกว่า "รู้เห็น และยังคงอยู่ ที่นี่"
จุดแสดงที่ 5. วัดพันเตา : ธารบุญสู่แสง (The Stream of Light) ต้นไม้ใหญ่และแสงที่สว่าง
ไสวเป็นดุจ "สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เรืองรอง" หรือเป็นสัญลักษณ์ของความผาสุกที่กำลังจะเกิดขึ้น การใช้น้ำอธิษฐาน สะท้อนภาพการเดินทางของผลบุญและความปรารถนาดีที่แผ่ขยายออกไปอย่างไม่สิ้นสุด ดุจธารแสงแห่งความหวังและความสุขที่จะส่องนำทางทุกคน
จุดแสดงที่ 6. วัดพันเตา : พนมมือ ศรัทธา (The Gesture of Radiance) ความมหัศจรรย์เกิดจากการพนมมือด้วยศรัทธาของเราเอง เมื่อเรายกมือพนมขึ้น สิ่งพิเศษนี้จะบังเกิด แต่เมื่อเอามือลง สิ่งที่เกิดขึ้นก็จะจางหายไปเหมือนเป็นพื้นที่อุโบสถธรรมดา
จุดแสดงที่ 7. วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร : ดวงประทีปแห่งจินตภาพล้านนา (The Lantern of Lanna Imagination) "การบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางทางจิตวิญญาณขององค์เจดีย์หลวง" ผ่านเทคนิคแสงสีเสียงและ Projection Mapping สุดตระการตา โดยจะนำพาผู้ชมไปสัมผัสจินตภาพความรุ่งเรืองในอดีต, ความสูญเสียจากภัยธรรมชาติ, และการฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่อย่างงดงามด้วยพลังแห่งศรัทธา
จุดแสดงที่ 8. หอพื้นถิ่นล้านนา : เมืองดอกไม้ แห่งล้านนา (The City of Flowers) "การหว่านเมล็ดพันธุ์" แห่งวัฒนธรรม ณ จุดกำเนิดของเมืองเชียงใหม่ ดอกไม้นานาพันธุ์ที่เบ่งบาน ทั้งดอกไม้ในธรรมชาติและ "ดอกไม้ทางวัฒนธรรม" อย่างศิลปะและประเพณี ล้วนเป็นสิ่งที่ "ผลิดอกออกผล" มาจากรากฐานอันแข็งแกร่งที่ทั้งสามพระองค์ได้ทรงสร้างไว้ ดังนั้น การจัดแสดง ณ สถานที่แห่งนี้ จึงเป็นการรวบรวมความงดงามนั้นมาเพื่อเฉลิมฉลองและรำลึกถึงจุดเริ่มต้นอันยิ่งใหญ่
จุดแสดงที่ 9. วัดทุงยู : เส้นทางแห่งการผลิบาน (The Blooming Way) การเดินทางที่ไม่เพียงแต่ผ่านเส้นทางแห่งแสงและดอกไม้ หากยังเป็นเส้นทางที่จิตใจได้เบิกบาน เต็มไปด้วยความสุข ความหวัง
และความศรัทธาที่ผลิบานในหัวใจของผู้คน
จุดแสดงที่ 10. วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร : แนวแกนทางวัฒนธรรม (The Axis of Culture)
"วัดพระสิงห์" ซึ่งทำหน้าที่เป็นดั่ง "แนวแกน" ทั้งทางกายภาพและทางจิตวิญญาณของเมือง เป็นการนำเสนอวัดพระสิงห์ในฐานะแกนกลางแห่งศรัทธา เปลี่ยนลำแสงเลเซอร์ให้กลายเป็น "เส้นด้ายสายสิญจน์แห่งยุคสมัย"
ที่ถักทอเพื่อต่ออายุและเสริมสิริมงคลให้กับเมืองเชียงใหม่และผู้มาเยือนทุกคน
นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานจะได้เพลิดเพลินกับการซื้อของฝาก ของที่ระลึก อิ่มอร่อยกับเมนูอาหารท้องถิ่นจากผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ยกขบวนร้านค้ามาให้ได้ลิ้มลองจำนวนมาก พิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมงานร่วมจับจ่ายซื้อสินค้าและบริการภายในงาน เมื่อจับจ่ายครบทุก 200 บาท จะได้รับคูปองใช้เป็นส่วนลดสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว อาทิ ที่พัก ร้านอาหาร สปา เป็นต้น พร้อมสนุกสนานไปกับการแสดงจากศิลปินชื่อดังได้ทุกวัน ได้แก่ 17 มกราคม 2569 : Scrubb, 18 มกราคม 2569 : Proxie, 24 มกราคม 2569 : Whal & Dolph, 25 มกราคม 2569 : No One Else, 31 มกราคม 2569 : Yented, 1 กุมภาพันธ์ 2569 : Atom,
14 กุมภาพันธ์ 2569 : Pause, Earth Patravee, 15 กุมภาพันธ์ 2569 : ATLAS, Sarah Salola, 21 กุมภาพันธ์ 2569 : Songkarn Rangsan, 22 กุมภาพันธ์ 2569 : Serious Bacon, 28 กุมภาพันธ์ 2569 : Mean และปิดท้ายวันที่ 1 มีนาคม 2569 ด้วย Season Five
นอกจากนี้ยังจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจภายในงานทั้ง 2 พื้นที่ ได้แก่
- การแสดงดนตรีจากศิลปินท้องถิ่นและศิลปินชื่อดัง มากถึง 47 วงดนตรี อาทิ
Scrubb, Whal & dolph, PROXIE, Atlas, Sarah Salola, เอ็ดดี้ ตลาดแตก, SL music, SUTHEP Band และ สมปอง เป็นต้น
- การแสดงทางวัฒนธรรมท้องถิ่นล้านนาร่วมสมัย อาทิ การแสดงชุดเส้นสายแห่งศรัทธา ปูจาขวัญเวียงพิงค์ งามศิลป์ถิ่นล้านนา แสงแห่งล้านนา ศรัทธาแห่งเสียงศิลป์ วิถีล้านนา มนตราข่วงเจิง ลวดลายแห่ง
เจิงงาม ดอกไม้หอมแห่งล้านนา บุปผามาลา ปูจาดวงดอก และ สีสันแห่งชาติพันธุ์ เป็นต้น
- ลานปล่อยแสง ที่เปิดโอกาสให้ศิลปิน หรือ เยาวชนในพื้นที่ได้แสดงความสามารถเพื่อถ่ายทอดให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสมนต์เสน่ห์ของเชียงใหม่ไปด้วยกัน อาทิ ฟ้อนพื้นเมือง รำวง ดนตรีพื้นเมือง เต้น Cover Dance เต้น B-Boy และ ละครใบ้ เป็นต้น
- กิจกรรม Workshop ให้นักท่องเที่ยวได้ลองทำงานฝีมือและนำกลับไปเป็นของที่ระลึก อาทิ กิจกรรม DIY เทียนหอม, กิจกรรมDIY กระเป๋าเงินจากผ้าและกระดาษรีไซเคิล, กิจกรรม DIY ลวดลายบนร่มบ่อสร้าง และกิจกรรม DIY ร้อยกำไลลูกปัดดินเผา เป็นต้น
การจัดงานเชียงใหม่ Night Market มีบริการรถรับส่งนักท่องเที่ยวโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ดังนี้
ถนนคนเดินสันกำแพง 2 เส้นทาง
1. เส้นทางข่วงประตูท่าแพ - วัดศรีดอนไชย – ศูนย์ทำร่มบ่อสร้าง - ใหม่เอี่ยม พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ – ข่วงสันกำแพง
2. เส้นทาง One Nimman – เซ็นทรัลเชียงใหม่ – ศูนย์ทำร่มบ่อสร้าง - ใหม่เอี่ยม พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ - ข่วงสันกำแพง
ถนนคนเดินท่าแพ 2 เส้นทาง
1. One Nimman – ตลาดช้างเผือก – อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ – วัดพระสิงห์มหาวรวิหาร
2. ข่วงประตูท่าแพ - วัดศรีดอนไชย – ตลาดประตูเชียงใหม่ - วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร
ทั้งนี้ งานเชียงใหม่ Night Market จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2569 – 1 มีนาคม 2569
เวลา 16.00 – 22.00 น. ณ ถนนคนเดินสันกำแพง (ทุกวันเสาร์) และถนนคนเดินเชียงใหม่ (ท่าแพ) ทุกวันอาทิตย์) ต่อเนื่อง 6 สัปดาห์ ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรีตลอดทั้งงาน พร้อมบริการรถรับ - ส่ง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page: GoNorthThailand และ TAT Contact Center โทร. 1672 Travel Buddy