Articles by "ข่าว"

 

สิงคโปร์ – 19 มีนาคม 2569 – Prime Video ปล่อยทีเซอร์สุดระทึกอย่างเป็นทางการของภาพยนตร์ที่หลายคนรอคอยอย่าง Tom Clancy’s Jack Ryan: Ghost War หลังประสบความสำเร็จในเวอร์ชั่นซีรีส์มาแล้วถึง 4 ซีซั่นบน Prime Video ครั้งนี้ในฉบับภาพยนตร์จะพาวีรบุรุษอย่าง Jack Ryan กลับเข้าสู่โลกแห่งการจารกรรมอีกครั้ง กับภารกิจที่เกี่ยวพันกับชีวิตและอันตรายมากที่สุดของเขา เกิดเป็นการผสมผสานการเล่าเรื่องที่เฉียบคมเข้ากับฉากแอ็กชั่นเดิมพันสูง โดยภาพยนตร์ระทึกขวัญอัจฉริยะเรื่องนี้จะพร้อมสตรีมให้ชมทั่วโลกบน Prime Video ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ในภาพยนตร์เรื่องใหม่นี้ Jack Ryan ถูกดึงตัวกลับเข้าสู่โลกจารกรรมอย่างไม่เต็มใจ เมื่อภารกิจลับระดับนานาชาติเกิดความผิดพลาดจนเผยให้เห็นแผนสมคบคิดมรณะ เขาถูกบีบให้ต้องเผชิญหน้ากับหน่วยปฏิบัติการลับสุดยอดระหว่างที่เวลาเหลือน้อยลงทุกที ท่ามกลางปฏิบัติการที่มีชีวิตเป็นเดิมพันและภัยคุกคามที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกย่างก้าว Jack ได้กลับมารวมตัวกับ Mike November (รับบทโดย Michael Kelly) เจ้าหน้าที่ CIA ผู้ผ่านศึกมาอย่างโชกโชน และอดีตหัวหน้า CIA อย่าง James Greer (รับบทโดย Wendell Pierce) ซึ่งมีเพียงประสบการณ์อันยาวนานของพวกเขาเท่านั้นที่จะเป็นอาวุธสำคัญในการต่อกรกับศัตรูที่รู้ทันพวกเขาทุกฝีก้าว นอกจากนี้ Jack ยังได้รับความช่วยเหลือจากคนที่ดูไม่น่าเป็นไปได้อย่าง Emma Marlowe (รับบทโดย Sienna Miller) เจ้าหน้าที่ MI6 ผู้ชาญฉลาด ทั้งนี้ Jack และทีมต้องร่วมกันฝ่าฟันเครือข่ายที่ทรยศและเผชิญหน้ากับอดีตที่เคยคิดว่าจบสิ้นไปแล้ว กลายเป็นภารกิจที่มีเดิมพันสูงที่สุดและอันตรายที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเผชิญมา ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย John Krasinski ในบท Jack Ryan ร่วมด้วย Wendell Pierce และ Michael Kelly ที่จะกลับมาพร้อมกับตัวละครที่ผู้ชมหลงรักจากฉบับซีรีส์ เสริมทัพด้วย Sienna Miller ในบท Emma Marlowe เจ้าหน้าที่ MI6 ผู้ปราดเปรื่องและมีไหวพริบทัดเทียมกับ Jack จนกลายเป็นคู่หูที่ยากจะหยุดยั้ง ข้อมูลภาพยนตร์ Tom Clancy’s Jack Ryan: Ghost War · ผู้กำกับภาพยนตร์: Andrew Bernstein · ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Aaron Rabin และ John Krasinski · ผู้สร้างสรรค์เนื้อเรื่อง: Noah Oppenheim และ John Krasinski · สร้างจากตัวละครที่สร้างสรรค์โดย: Tom Clancy · ผู้อำนวยการสร้าง: Allyson Seeger, John Krasinski และ Andrew Form · ผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร: John J. Kelly, Alexa Ginsburg, Carlton Cuse และ Tom Clancy · นักแสดงนำ: John Krasinski, Wendell Pierce, Michael Kelly, Max Beesley, JJ Feild, Douglas Hodge with Betty Gabriel และ Sienna Miller · ประเภท: แอ็กชั่นดราม่า · ความยาว: 105 นาที



วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่เตรียมส่งต่อความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วมภาคใต้อย่างเร่งด่วนภายใต้นโยบาย “อว. เพื่อประชาชน” โดยศูนย์ปฏิบัติการสถานการณ์น้ำท่วม อว. โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นำคณะผู้บริหาร บุคลากร วช. พร้อมด้วย อว.ส่วนหน้า รศ.ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ลงพื้นที่ร่วมกับ ศูนย์เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ตำบลเกาะขันธ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช และ ศูนย์การจัดการภัยพิบัติ เพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาตอนบน ต.บ้านขาว อ.ระโนด จ.สงขลา ณ พื้นที่ประสบอุทกภัย ณ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นการติดตามการปฏิบัติงานของ“ศูนย์ศึกษาและพัฒนาระบบการใช้โดรนเพื่อสนับสนุนเมื่อเกิดภัยพิบัติ” ที่ วช. ร่วมกับ สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ จัดตั้งขึ้น ณ ศูนย์เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ตำบลเกาะขันธ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช และ ศูนย์การจัดการภัยพิบัติ เพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาตอนบน ต.บ้านขาว อ.ระโนด จ.สงขลา โดยมี จ่าโทโกเมศร์ ทองบุญชู ประธานเครือข่ายการจัดการภัยพิบัติจากธรรมชาติ จ.นครศรีธรรมราช นำเสนอเหตุการณ์อุทกภัยในจ.นครศรีธรรมราช และ จ.สงขลา พร้อมการปฏิบัติการในการนำนวัตกรรมโดรนที่ วช.ให้การสนับสนุนไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยในภาคใต้



เมื่อวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดกิจกรรม “วันเด็กแห่งชาติ 2569 (NRCT KIDDY LAND)” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนซึ่งอยู่ในวัยแห่งการเรียนรู้ กิจกรรม “NRCT KIDDY LAND” ในครั้งนี้ จึงได้นำนำองค์ความรู้จากงานวิจัยและนวัตกรรมมาประยุกต์ถ่ายทอดสู่เยาวชนในรูปแบบ การเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง (Active Learning) เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และการเรียนรู้อย่างสนุกสนานผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ
ภายในงานได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่าน 8 สถานี ได้แก่ สถานีศาสตร์สร้างสรรค์ สถานีรักษ์สิ่งแวดล้อม สถานีมหัศจรรย์สมุนไพร สถานีหรรษาสร้างสรรค์ สถานีวิทย์ชวนว้าว สถานีบ้านเกษตรเด็กดี สถานีโดรนจิ๋วผจญภัย และสถานีถนนปลอดภัย นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมอบรมในหัวข้อ “การศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างต้นไม้กับจุลินทรีย์” และ “รู้จักร่างกาย รู้วิธีดูแลตัวเอง และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น” ควบคู่กับกิจกรรมเกมสร้างสรรค์และการแจกของรางวัล เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ควบคู่กับความสนุกสนาน
ทั้งนี้ วช. คาดหวังว่ากิจกรรมในครั้งนี้ จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กและเยาวชนได้ตระหนักถึงบทบาทของวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรม ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ พร้อมทั้งปลูกฝังความสนใจด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม อันจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต



เทศกาลดนตรีลูกทุ่ง ที่จะสร้างความสุข รอยยิ้ม ความสนุกสนาน ให้กับพี่น้องชาวพนมฯ ฉะเชิงเทรา และจังหวัดใกล้เคียง
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ขอเชิญ พ่อแม่ พี่น้อง ทุกเพศทุกวัย ทั้งวัยโจ๋ วัยเก๋า ร่วมรับความสุข สนุกสนาน กับศิลปินลูกทุ่งชั้นนำมากมาย ในเทศกาลดนตรีลูกทุ่ง เบอร์ใหญ่ต้นๆ ของฉะเชิงเทรา ภายในงานมีมุมถ่ายรูปสุดเก๋ไก๋ ร้านขายของฝาก ของที่ระลึก ร้านอาหาร และ food truck ให้เลือกชิมอิ่มอร่อยอีกมากมาย
🍿ชมฟรี 24-25 มกราคม นี้ ตั้งแต่ 16.00 น. เป็นต้นไป ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา (สนามกีฬาหนองพาน) อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชืงเทรา
ย้ำว่า 🍡 ชมฟรี นะจ๊ะ 




ภายใต้โครงการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติยามค่ำคืน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙.พร้อมเปิดประสบการณ์ไปกับการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ในยามค่ำคืน ในวันที่ ๒๒ - ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙  เวลา ๑๕.๐๐ - ๒๐.๐๐ น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี  กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย  

Ganesha Puja

สักการะพระพิฆเนศ องค์เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย อายุกว่า ๑,๔๐๐ ปี ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ เนื่องในวันคเณศชยันตี เทศกาลเฉลิมฉลองวันประสูติของพระพิฆเนศ  ในปีนี้ ตรงกับวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๙ 


...........................................................

Museum Tour (จำกัดจำนวนรอบละ ๒๕ คน)

วันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๙  จำนวน ๒ รอบ รอบที่ ๑ เวลา ๑๘.๐๐ และรอบที่ ๒ เวลา ๑๙.๐๐ น.

วันที่ ๒๓ - ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙  วันละ ๔ รอบ 

รอบที่ ๑ เวลา ๑๖.๐๐ รอบที่ ๒ เวลา ๑๗.๐๐ รอบที่ ๓ เวลา ๑๘.๐๐ และรอบที่ ๔ เวลา ๑๙.๐๐ น.

.......................................................

Museum Stamp Station

กิจกรรมสะสมตราประทับเป็นที่ระลึก ชุด “โบราณวัตถุห้ามพลาด”

แจกฟรีสมุดสะสมตราประทับสำหรับผู้ลงทะเบียนร่วมกิจกรรม จำกัดจำนวน วันละ ๑๐๐ ชุด

.......................................................

Ethnology Mobile Museum

รถพิพิธภัณฑ์เคลื่อนที่จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก 

สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร

พร้อมกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้เรื่องราวทางชาติพันธ์วิทยา 

ในวันที่ ๒๒ - ๒๔ มกราคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๕.๐๐ - ๒๐.๐๐ น.

……………………………………………….

คลินิกหมออนุรักษ์ Artifact Conservation Clinic

กิจกรรม Workshop และให้คำปรึกษาการอนุรักษ์วัตถุสะสม 

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถนำวัตถุมาร่วม workshop และอนุรักษ์เบื้องต้นได้

วันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๙  เวลา  ๑๕.๐๐ – ๒๐.๐๐ น.  งานโลหะ เช่น พระพุทธรูป เหรียญ เหรียญที่ระลึก

วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๙  เวลา  ๑๕.๐๐ – ๒๐.๐๐ น.  งานกระดาษ  เช่น หนังสือ สูติบัตร โฉนดที่ดิน

.....................................................

พิศภาพ เพลินเพลง "Passion of Prachinburi" 

นิทรรศการภาพถ่าย บันทึกภาพความทรงจำจากวันวาน 

บอกเล่าความงามและความประทับใจที่มีต่อปราจีนบุรี

โดย กลุ่มคนรักการถ่ายภาพจังหวัดปราจีนบุรี นำโดย นายแพทย์จอมพล มุสิกวงศ์ 

..........................................................

Art & Craft Workshop

กิจกรรม Workshop และการสาธิตสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ 

โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ร่วมกับนักโบราณคดี และศิลปินอาร์ตทอย

การลงทะเบียนกิจกรรม Workshop รายวัน ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี

วันที่ ๒๒ - ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙ 

กติกา ๑ คน เลือกทำกิจกรรมได้ ๑ อย่าง

๑. ลงทะเบียนที่จุดรับลงทะเบียน  

๒. รับคูปองกิจกรรม Workshop

๓. ทำกิจกรรม Workshop ตามรอบเวลาที่ระบุในคูปอง

วันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๙  เริ่มเวลา ๑๖.๓๐ น.  

กิจกรรม “เล่าเรื่องเมืองศรีมโหสถแบบหวาน ๆ” ปั้นขนมอาลัวสด จากลวดลายโบราณสถาน

วิทยากรโดย นางเป็นภัสญ์ ศรีสุวิทธานนท์  นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ ๕ ปราจีนบุรี 

จำนวน ๑๐ รอบ ๆ ละ ๕ คน

รอบที่ ๑  เวลา ๑๖.๓๐ น. รอบที่ ๒ เวลา ๑๖.๔๕ น.  รอบที่ ๓ เวลา ๑๗.๐๐ น. รอบที่ ๔ เวลา ๑๗.๑๕ น.

รอบที่ ๕ เวลา ๑๗.๓๐ น. รอบที่ ๖ เวลา ๑๗.๔๕ น.  รอบที่ ๗ เวลา ๑๘.๐๐ น. รอบที่ ๘ เวลา ๑๘.๑๕ น.

รอบที่ ๙ เวลา ๑๘.๓๐ น.  รอบที่ ๑๐ เวลา ๑๘. ๔๕ น. 

วันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๙  

กิจกรรม หล่อเรซิ่นโมเดลโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยม

โดย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี  x Munkky Studio

รอบที่ ๑ เวลา ๑๕.๐๐ รอบที่ ๒ เวลา ๑๖.๐๐ น. รอบที่ ๓ เวลา ๑๗.๐๐ น. รอบที่ ๔ เวลา ๑๘.๐๐ น.

วันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๙  

กิจกรรม ระบายสีแมกเนตโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยม

โดย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี  x Munkky Studio

รอบที่ ๑ เวลา ๑๕.๐๐ รอบที่ ๒ เวลา ๑๖.๐๐ น. รอบที่ ๓ เวลา ๑๗.๐๐ น. รอบที่ ๔ เวลา ๑๘.๐๐ น.

วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๙  

กิจกรรม หล่อเรซิ่นโมเดลโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยม

โดย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี  x Munkky Studio

รอบที่ ๑ เวลา ๑๕.๐๐ รอบที่ ๒ เวลา ๑๖.๐๐ น. รอบที่ ๓ เวลา ๑๗.๐๐ น. รอบที่ ๔ เวลา ๑๘.๐๐ น.

วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙  

กิจกรรม ระบายสีแมกเนตโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยม

โดย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี  x Munkky Studio

รอบที่ ๑ เวลา ๑๕.๐๐ รอบที่ ๒ เวลา ๑๖.๐๐ น. รอบที่ ๓ เวลา ๑๗.๐๐ น. รอบที่ ๔ เวลา ๑๘.๐๐ น.

………………………………………………..

กิจกรรม Workshop ของที่ระลึก 

โดย โรงเรียนดนตรี กีฬา สเก็ตโซโฟน Sk8xophone Music Academy

วันที่ ๒๒  - ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙  

...........................................................

Museum Talk    

วันที่ ๒๓ - ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙   เวลา ๑๗.๐๐ - ๑๘.๐๐ น.

วันที่ ๒๓  มกราคม ๒๕๖๙ 

พิพิธ - พิพิธภัณฑ์  

พูดคุยกับภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก  

ถึงบทบาทของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ที่มีหน้าที่ต่อสังคมหลากมิติ 

วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๙  

Beyond the Shot: แรงบันดาลใจจากเลนส์สู่ภาพ พลังสะท้อนสังคม

พูดคุยกับนายแพทย์จอมพล มุสิกวงศ์  และผู้แทนชมรมคนรักการถ่ายภาพ 

ค้นหาแรงบันดาลใจ และสารจากช่างภาพที่สะท้อนออกมาในผลงานภาพถ่าย

วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙  

วัตถุสะสมที่มีคุณค่า อนุรักษ์เองได้แค่รู้หลักการ  

พูดคุยกับนักอนุรักษ์โบราณวัตถุ เรียนรู้วิธีการอนุรักษ์วัตถุ ของสะสมที่มีคุณค่าได้ด้วยตัวเอง เพื่อนำไปต่อ

อายุของที่มีคุณค่านั้นให้อยู่ไปอีกยาวนาน

…………………………………………………………….


Art & Craft Market สวนศิลป์บันดาลใจ 

Workshop งานศิลปะ เครื่องประดับ ของที่ระลึก

จำหน่ายสินค้างานสร้างสรรค์ งาน  Craft  ศิลปะ และ Art Toys 

รวมถึงอาหารและเครื่องดื่ม

...........................................................

เพลินเพลงในสวน

การแสดงนาฏศิลป์ และดนตรี  จากนักเรียน และกลุ่มเครือข่ายในจังหวัดปราจีนบุรี

...........................................................

**เข้าชมนิทรรศการภายในอาคาร มีค่าใช้จ่าย

ค่าเข้าชม

ชาวไทย ๓๐ บาท

ชาวต่างชาติ ๒๐๐ บาท

พระภิกษุ สามเณร นักเรียน นักศึกษา ผู้สูงอายุเกิน ๖๐ ปี เข้าชมฟรี

ที่ตั้งพิพิธภัณฑ์ : https://maps.app.goo.gl/ZReq8B727nwkvzp17?g_st=ic

สอบถามเพิ่มเติม  โทร ๐๓๗ ๒๑๑ ๕๘๖


ภายใต้โครงการกระตุ้นการกระจายตัวเดินทางท่องเที่ยวเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ (Night Market) ในวันที่ 17, 24, 31 มกราคม 2569 วันที่ 14, 21, 28 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 16.00 – 22.00 น. ณ ถนนคนเดินสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ และในวันที่ 18, 25 มกราคม 2569 วันที่ 1, 15, 22 กุมภาพันธ์ 2569 และวันที่ 1 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 16.00 – 22.00 น. ณ ถนนคนเดินเชียงใหม่ (ท่าแพ) จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกิดการกระจายตัวและความถี่ในการเดินทางท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองน่าเที่ยวและพื้นที่รองในเมืองหลักเป็นการส่งเสริมให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนโดยรอบ โดยการเติมในส่วนของการจัดแสดงศิลปะแสงไฟดิจิทัล ทำให้ถนนคนเดินมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการบริหารจัดการพื้นที่โดยความคิดสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน และเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์กิจกรรมถนนคนเดินในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป 



พื้นที่ถนนคนเดินสันกำแพง พบกับจุดแลนด์มาร์ค 10 จุดการแสดงแสง และการออกร้านจำหน่ายสินค้างานฝีมือ งานหัตถกรรมจากชุมชนในอำเภอสันกำแพง 30 ร้านค้า โดยมีรายละเอียดดังนี้

จุดแลนด์มาร์ค : พหุศิลป์ถิ่นสันกำแพง (The Grand Arts of San Kamphaeng) การหลอม

รวมจิตวิญญาณและมรดกอันยิ่งใหญ่ของสันกำแพงไว้ในที่เดียว ทั้ง "ช้าง" แห่งช่างสลัก, "ลายผ้าทอ" อันวิจิตร
และ "สีสันแห่งร่มบ่อสร้าง" นี่คือการต้อนรับทุกท่านสู่ดินแดนแห่งพหุศิลป์ที่พร้อมจะเปล่งประกายในมุมมองใหม่ 



จุดแสดงที่ 1. ข่วงสันกำแพง : ถักทอเรื่องราวสันกำแพง (The Woven Legacy) Chiangmai

OTOP เป็นผืนผ้าใบแห่งภาพและเวลา ที่ "ถักทอ" เรื่องราวการเดินทางของชุมชนสันกำแพง จากหมู่บ้านเกษตรกรรมอันเรียบง่ายสู่การเป็นศูนย์กลางหัตถกรรมล้ำค่าที่สืบทอดภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษ

จุดแสดงที่ 2. ข่วงสันกำแพง : จิตวิญญาณแห่งเครื่องปั้นดินเผา (The Spirit of Clay) 

จิตวิญญาณของผืนดินสันกำแพงที่ถูกปลุกให้ส่องสว่าง ลวดลายทั้งหมดออกแบบโดยช่างฝีมือผู้เป็นทายาทแห่งภูมิปัญญาเครื่องปั้นดินเผา เพื่อบอกเล่าความภาคภูมิใจของพวกเราผ่านแสงสีอันงดงาม พร้อมการฉายไฟลวดลายสวยงามบนชิ้นงาน

จุดแสดงที่ 3. ไปรษณีย์ข่วงสันกำแพง : โคมอธิษฐาน (The Wishing Lanna) โคมไฟล้านนาขนาดใหญ่ที่เป็น ตัวแทนของ "คำอธิษฐาน" และความหวังของผู้คนในชุมชน เป็นชื่อที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยพลังบวกได้รับแรงบัลดาลใจจากโคมไฟล้านนา 

จุดแสดงที่ 4. ไปรษณีย์ข่วงสันกำแพง : วาดสรรค์ผืนร่ม (Color Your Canopy) จากประเพณี
"
การปล่อยโคมลอย" อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมล้านนา นำความเชื่อในการส่งคำอธิษฐานสู่ท้องฟ้า
มา "Remix" ใหม่ในรูปแบบ Interactive ร่วมสมัย โดยสแกน QR Code แล้วส่งคำอวยพรจากใจคุณ คำอธิษฐานของคุณจะเปล่งประกายร่วมกับคำอวยพรนับร้อยพัน กลายเป็นงานศิลปะแห่งแสงที่สะท้อนถึงพลังบวกและความผูกพันของชุมชน



จุดแสดงที่ 5. ตลาดข่วงสันกำแพง : ชีพจรแห่งแสงสันกำแพง (The Light beat) สัมผัสจังหวะใหม่ของตลาดข่วงสันกำแพง แสงไฟ LED ที่เคลื่อนไหวเหนือศีรษะคือ "ชีพจร" ของการเปลี่ยนแปลง
คือพลังงานของคนรุ่นใหม่ที่ผสานเข้ากับวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน กลายเป็นคลื่นแสงที่ปลุกให้พื้นที่แห่งนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

จุดแสดงที่ 6. ธนาคารกรุงเทพ : น้องจ๊างสุดชิค (The Cool Elephant) น้องจ๊างเป็นตัวแทนของความสร้างสรรค์ยุคใหม่ การปีนตึกคือสัญลักษณ์ของการที่วัฒนธรรมและงานฝีมือท้องถิ่นกำลังก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ และยังคงชูเอกลักษณ์ของผ้าทอสันกำแพงจากลายเสื้อที่ใส่

จุดแสดงที่ 7. อาคารชินวัตร : ชะลอมแห่งความรุ่งเรือง (The Basket of Prosperity) อาคารเป็นเหมือน "ชะลอม" ซึ่งเป็นภาชนะจักสานของไทยที่ใช้ใส่ของขวัญหรือของมงคล บรรจุเรื่องราว "ความรุ่งเรือง" ทางเศรษฐกิจของสันกำแพงในอดีตเอาไว้ในธนาคารแห่งนี้

จุดแสดงที่ 8. ถนนคนเดินสันกำแพง : ผกาบ่อสร้าง (Bo Sang in Bloom) "ลายดอกไม้" ที่เป็นหัวใจของร่มบ่อสร้าง ปลดปล่อยออกจากผืนกระดาษสา แล้วนำมาทำให้เบ่งบานส่องสว่างอยู่กลางท้องฟ้า
ซุ้มไฟนี้คือการเฉลิมฉลองให้กับมรดกที่โด่งดังที่สุดของสันกำแพงในมุมมองใหม่ที่ไม่มีใครเคยเห็น

จุดแสดงที่ 9. หลังตึกห้างทองไพศาล : สานศิลป์ทอแสง (The Weaver's Beacon) จุดแสดงชิ้นนี้เปรียบเสมือน "ประภาคาร (Beacon)" ที่สร้างขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติช่างทอแห่งสันกำแพง เป็นการ "สาน"
และ "ทอ" เรื่องราวของสันกำแพงขึ้นมาใหม่ด้วยวัสดุร่วมสมัย จากเส้นด้ายหรือเส้นไหมพรมที่ถูกถักทอด้วยมือบนโครงสร้างสูงตระหง่าน เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของมรดกที่ถูกส่งต่อและผสานเข้ากับยุคสมัยใหม่ได้อย่างกลมกลืน

จุดแสดงที่ 10. ถนนคนเดินสันกำแพง : ผนังลายศิลป์ (The Artful Wall) การเปลี่ยนผนังที่เรียบง่ายของอาคารศิริชัย ให้กลายเป็นผืนผ้าใบที่มีชีวิต ที่ซึ่ง “ศิลปะ” แห่งล้านนาได้ถูกนำมา “ประดับประดา”
ให้งดงามยิ่งขึ้นด้วยภาษาของแสง 

พื้นที่ถนนคนเดินเชียงใหม่ (ท่าแพ) พบกับจุดแลนด์มาร์ค และ 10 จุดการแสดงแสง โดยมีรายละเอียดดังนี้


จุดแลนด์มาร์ค : เจดีย์แห่งการเริ่มต้น (The Sand Stupa) แรงบันดาลใจจาก “ประเพณีป๋าเวณี

ปี๋ใหม่เมือง” ที่ผู้คนร่วมกันก่อเจดีย์ทรายถวายเป็นพุทธบูชา แลนด์มาร์กแห่งนี้จึงเปรียบเสมือน “สัญลักษณ์แห่งการกลับคืนและเริ่มต้นใหม่” ของถนนคนเดินท่าแพ พื้นที่ที่หลอมรวมศรัทธา ความร่วมมือ และความคิดสร้างสรรค์ของผู้คนรุ่นใหม่ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ด้วยแสง สี และสื่อร่วมสมัยที่สะท้อนวิถีล้านนาในรูปแบบใหม่   

จุดแสดงที่ 1. วัดพันอ้น : เจดีย์อัฐอร่าม (The Radiant Octagon) การแสดงถึงเอกลักษณ์
ขององค์เจดีย์ที่มีลักษณะรูปฐานทรงแปดเหลี่ยมสีทอง ที่ส่องแสงสว่างเรืองรองราวกับถูกต้องมนต์และตราตรึงอยู่ในความทรงจำ

จุดแสดงที่ 2. หอพื้นถิ่นล้านนา : ผู้พิทักษ์ล้านนา (Lanna Guardian) สิงห์คู่ สัญลักษณ์แห่งพลังปัญญาและการคุ้มครอง ประตูเมืองและวัดวาอาราม คอยเฝ้ารักษาจิตวิญญาณล้านนา และต้อนรับผู้มาเยือนถนนท่าแพ


จุดแสดงที่ 3. พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ : จากถนนแห่งศรัทธา สู่มรดกแห่งแผ่นดิน (From the Sacred

Road to the Heritage of the Nation) เชียงใหม่ถูกถ่ายทอดในฐานะเมืองการค้าสำคัญของล้านนาที่เงินตราไม่เพียงเป็นสื่อกลาง แต่ยังเป็นหลักฐานแห่งวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ การเปลี่ยนผ่านยุคสมัยสะท้อนผ่านแสง สี ของพิพิธภัณฑ์ธนารักษ์แห่งนี้

จุดแสดงที่ 4. ศูนย์สถาปัตยกรรม คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ :  คุ้มแสงแห่งความทรงจำ (The Flame of

Memory) นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ พูดถึงความทรง จำผ่าน "สัตว์ทั้งสี่" ที่ทำหน้าที่เป็นดัง
"
ผู้พิทักษ์" หรือตัวแทนอารมณ์ และความทรงจำที่แตกต่างกัน ซึ่งถูกกักเก็บไว้ในสวนแห่งความทรงจำแห่งนี้

     🦢 หงส์ – แสดงความรักทีสง่างามในอดีต 

     🐇 กระต่าย – แสดงถึงความบริสุทธิ์ที่น่าทะนุถนอม 

      🦌 กวาง – แสดงความโหยหาอิสรภาพ 

     🦉 นกฮูก – เป็นตัวแทนของคุ้มที่กำลังบอกว่า "รู้เห็น และยังคงอยู่ ที่นี่"  

จุดแสดงที่ 5. วัดพันเตา : ธารบุญสู่แสง (The Stream of Light) ต้นไม้ใหญ่และแสงที่สว่าง

ไสวเป็นดุจ "สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เรืองรอง" หรือเป็นสัญลักษณ์ของความผาสุกที่กำลังจะเกิดขึ้น การใช้น้ำอธิษฐาน สะท้อนภาพการเดินทางของผลบุญและความปรารถนาดีที่แผ่ขยายออกไปอย่างไม่สิ้นสุด ดุจธารแสงแห่งความหวังและความสุขที่จะส่องนำทางทุกคน

จุดแสดงที่ 6. วัดพันเตา : พนมมือ ศรัทธา (The Gesture of Radiance) ความมหัศจรรย์เกิดจากการพนมมือด้วยศรัทธาของเราเอง เมื่อเรายกมือพนมขึ้น สิ่งพิเศษนี้จะบังเกิด แต่เมื่อเอามือลง สิ่งที่เกิดขึ้นก็จะจางหายไปเหมือนเป็นพื้นที่อุโบสถธรรมดา 

จุดแสดงที่ 7. วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร : ดวงประทีปแห่งจินตภาพล้านนา (The Lantern of Lanna Imagination) "การบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางทางจิตวิญญาณขององค์เจดีย์หลวง" ผ่านเทคนิคแสงสีเสียงและ Projection Mapping สุดตระการตา โดยจะนำพาผู้ชมไปสัมผัสจินตภาพความรุ่งเรืองในอดีต, ความสูญเสียจากภัยธรรมชาติ, และการฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่อย่างงดงามด้วยพลังแห่งศรัทธา

จุดแสดงที่ 8. หอพื้นถิ่นล้านนา : เมืองดอกไม้ แห่งล้านนา (The City of Flowers) "การหว่านเมล็ดพันธุ์" แห่งวัฒนธรรม ณ จุดกำเนิดของเมืองเชียงใหม่ ดอกไม้นานาพันธุ์ที่เบ่งบาน ทั้งดอกไม้ในธรรมชาติและ "ดอกไม้ทางวัฒนธรรม" อย่างศิลปะและประเพณี ล้วนเป็นสิ่งที่ "ผลิดอกออกผล" มาจากรากฐานอันแข็งแกร่งที่ทั้งสามพระองค์ได้ทรงสร้างไว้ ดังนั้น การจัดแสดง ณ สถานที่แห่งนี้ จึงเป็นการรวบรวมความงดงามนั้นมาเพื่อเฉลิมฉลองและรำลึกถึงจุดเริ่มต้นอันยิ่งใหญ่

จุดแสดงที่ 9. วัดทุงยู : เส้นทางแห่งการผลิบาน (The Blooming Way) การเดินทางที่ไม่เพียงแต่ผ่านเส้นทางแห่งแสงและดอกไม้ หากยังเป็นเส้นทางที่จิตใจได้เบิกบาน เต็มไปด้วยความสุข ความหวัง
และความศรัทธาที่ผลิบานในหัวใจของผู้คน

จุดแสดงที่ 10. วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร : แนวแกนทางวัฒนธรรม (The Axis of Culture) 

"วัดพระสิงห์" ซึ่งทำหน้าที่เป็นดั่ง "แนวแกน" ทั้งทางกายภาพและทางจิตวิญญาณของเมือง เป็นการนำเสนอวัดพระสิงห์ในฐานะแกนกลางแห่งศรัทธา เปลี่ยนลำแสงเลเซอร์ให้กลายเป็น "เส้นด้ายสายสิญจน์แห่งยุคสมัย"
ที่ถักทอเพื่อต่ออายุและเสริมสิริมงคลให้กับเมืองเชียงใหม่และผู้มาเยือนทุกคน


นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานจะได้เพลิดเพลินกับการซื้อของฝาก ของที่ระลึก อิ่มอร่อยกับเมนูอาหารท้องถิ่นจากผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ยกขบวนร้านค้ามาให้ได้ลิ้มลองจำนวนมาก พิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมงานร่วมจับจ่ายซื้อสินค้าและบริการภายในงาน เมื่อจับจ่ายครบทุก 200 บาท จะได้รับคูปองใช้เป็นส่วนลดสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว อาทิ ที่พัก ร้านอาหาร สปา เป็นต้น พร้อมสนุกสนานไปกับการแสดงจากศิลปินชื่อดังได้ทุกวัน ได้แก่ 17 มกราคม 2569 : Scrubb, 18 มกราคม 2569 : Proxie, 24 มกราคม 2569 : Whal & Dolph, 25 มกราคม 2569 : No One Else, 31 มกราคม 2569 : Yented, 1 กุมภาพันธ์ 2569 : Atom,
14 
กุมภาพันธ์ 2569 : Pause, Earth Patravee, 15 กุมภาพันธ์ 2569 : ATLAS, Sarah Salola, 21 กุมภาพันธ์ 2569 : Songkarn Rangsan, 22 กุมภาพันธ์ 2569 : Serious Bacon, 28 กุมภาพันธ์ 2569 : Mean และปิดท้ายวันที่ 1 มีนาคม 2569 ด้วย Season Five


นอกจากนี้ยังจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจภายในงานทั้ง 2 พื้นที่ ได้แก่ 

- การแสดงดนตรีจากศิลปินท้องถิ่นและศิลปินชื่อดัง มากถึง 47 วงดนตรี อาทิ
Scrubb, Whal & dolph, PROXIE, Atlas, Sarah Salola, 
เอ็ดดี้ ตลาดแตก, SL music, SUTHEP Band และ สมปอง เป็นต้น 

 - การแสดงทางวัฒนธรรมท้องถิ่นล้านนาร่วมสมัย อาทิ การแสดงชุดเส้นสายแห่งศรัทธา ปูจาขวัญเวียงพิงค์ งามศิลป์ถิ่นล้านนา แสงแห่งล้านนา ศรัทธาแห่งเสียงศิลป์ วิถีล้านนา มนตราข่วงเจิง ลวดลายแห่ง
เจิงงาม ดอกไม้หอมแห่งล้านนา บุปผามาลา ปูจาดวงดอก และ สีสันแห่งชาติพันธุ์ เป็นต้น

 - ลานปล่อยแสง ที่เปิดโอกาสให้ศิลปิน หรือ เยาวชนในพื้นที่ได้แสดงความสามารถเพื่อถ่ายทอดให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสมนต์เสน่ห์ของเชียงใหม่ไปด้วยกัน อาทิ ฟ้อนพื้นเมือง รำวง ดนตรีพื้นเมือง เต้น Cover Dance เต้น B-Boy และ ละครใบ้ เป็นต้น

 - กิจกรรม Workshop ให้นักท่องเที่ยวได้ลองทำงานฝีมือและนำกลับไปเป็นของที่ระลึก อาทิ กิจกรรม DIY เทียนหอม, กิจกรรมDIY กระเป๋าเงินจากผ้าและกระดาษรีไซเคิล, กิจกรรม DIY ลวดลายบนร่มบ่อสร้าง และกิจกรรม DIY ร้อยกำไลลูกปัดดินเผา เป็นต้น

การจัดงานเชียงใหม่ Night Market มีบริการรถรับส่งนักท่องเที่ยวโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ดังนี้

ถนนคนเดินสันกำแพง 2 เส้นทาง  

1. เส้นทางข่วงประตูท่าแพ - วัดศรีดอนไชย – ศูนย์ทำร่มบ่อสร้าง - ใหม่เอี่ยม พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ – ข่วงสันกำแพง 

2. เส้นทาง One Nimman – เซ็นทรัลเชียงใหม่ – ศูนย์ทำร่มบ่อสร้าง - ใหม่เอี่ยม พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ - ข่วงสันกำแพง 

ถนนคนเดินท่าแพ 2 เส้นทาง 

1. One Nimman – ตลาดช้างเผือก – อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ – วัดพระสิงห์มหาวรวิหาร

2. ข่วงประตูท่าแพ - วัดศรีดอนไชย – ตลาดประตูเชียงใหม่ - วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร 

ทั้งนี้ งานเชียงใหม่ Night Market จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2569 – 1 มีนาคม 2569
เวลา 16.00 – 22.00 น. ณ ถนนคนเดินสันกำแพง (ทุกวันเสาร์) และถนนคนเดินเชียงใหม่ (ท่าแพ) ทุกวันอาทิตย์) ต่อเนื่อง 6 สัปดาห์ ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรีตลอดทั้งงาน พร้อมบริการรถรับ - ส่ง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page: GoNorthThailand และ TAT Contact Center โทร. 1672 Travel Buddy


MKRdezign

ฟอร์มรายชื่อติดต่อ

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *

ขับเคลื่อนโดย Blogger.
Javascript DisablePlease Enable Javascript To See All Widget